มณฑปพระพุทธบาทไม้

มณฑปพระพุทธบาทไม้ ตั้งอยู่หน้าวัดทางด้านริมแม่น้ำสุพรรณบุรี (แม่น้ำท่าจีน) เนื่องจากในช่วงเวลานั้นหมู่กุฏิสงฆ์ หอฉัน หอสวดมนต์ ฯลฯ ของวัดพระรูปล้วนตั้งบริเวณริมแม่น้ำ มณฑปเป็นอาคารก่ออิฐถือปูนทรงสี่เหลี่ยมย่อมุม มีส่วนหลังคาซ้อนชั้นลดหลั่น ๔ ชั้น เครื่องยอดเป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมย่อมุม ส่วนกลางอาคารเป็นห้องโถงเพื่อประดิษฐานพระพุทธบาทไม้ มีบันไดทางขึ้นลงด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ และมีกำแพงแก้วในผังกลมล้อมรอบอาคาร
ตามจารึกบนแผ่นไม้ระบุว่า มณฑปหลังนี้พระแจงวินัยธรได้จัดการชักชวนพระสงฆ์และชาวบ้านช่วยกันบริจาคทรัพย์สมทบทุนสร้างขึ้น มีรายชื่อผู้ให้วัตถุและเรี่ยไรโดยมีพระธรรมเทศนา คือ รายชื่อผู้เรี่ยไรเงิน ได้แก่ พระทับสำมะเณรกล่อม ๑๗๖ บาท ๓๗ สตางค์, โยมอ่อ ๕๕๑ บาท, โยมพลอด ๕๐ บาท, ชีใย ๒๕ บาท, ชีพริก ๑๐ บาท, โยมไท ๑๐ บาท, พระจีน ๕ บาท, โยมพรม ๒๐ บาท, แม่ไทชักนำสัปรุษ ทำสลักพัศได้ ๒๖ บาท ส่วนรายชื่อผู้ศรัทธาออกทำเอง ได้แก่ พระรอด ๑๐๐ สตางค์, โยมอ่อนโยมแจ้ง ๒๐ บาท, นายฮงแม่เล็ก ๒ บาท, โยมปาน ๕ บาท, โยมอิน ๖๐ สตางค์, นายชื่น ๑ บาท ๑๐ สตางค์, โยมสด ๑ บาท, นายชุมแม่ทุเรียน ๖ บาท, แม่ไป่ ๔๐ สตางค์, โยมเคลือบ ๒ บาท, แม่เจียม ๒ บาท, แม่เล็ก ๑ บาท, แม่รัน ๒ บาท, แม่ทับ ๒ บาท, นายเสง ๑ บาท, แม่จัน ๑ บาท ๕๐ สตางค์, กำนันจ่าง ๒ บาท ๓๖ สตางค์ รวมรายรับจำนวนเงินทั้งสิ้น ๗๕๕ บาท รายจ่ายจำนวนเงินทั้งสิ้น ๑,๔๘๑ บาท ดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาของพระสงฆ์และญาติโยมที่มีต่อพระพุทธบาทไม้
ในจารึกยังกล่าวว่า สร้างมณฑปขึ้นในวันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๔ ปีฉลู พุทธศักราช ๒๔๕๕ เมื่อตรวจสอบพบว่าไม่ตรงกับวันใดที่แน่ชัด อาจเกิดจากการจารึกคลาดเคลื่อนไป จึงสันนิษฐานเป็น ๒ แนวทางคือ หากยึดตามวันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๔ ปีฉลู จะตรงกับวันที่ ๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ โดยไม่ใช่ พ.ศ. ๒๔๕๕ ตามที่จารึก และหากยึด พ.ศ. ๒๔๕๕ ก็จะตรงกับวันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๔ ปีกุน โดยไม่ใช่ปีฉลูตามที่จารึก การสร้างมณฑปแล้วเสร็จเมื่อวันขึ้น ๓ ค่ำ เดือน ๗ ปีมะโรง พุทธศักราช ๒๔๕๙ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๕๙
เมื่อประดิษฐานพระพุทธบาทไม้ในมณฑปแล้ว มีงานนมัสการพระพุทธบาทเป็นประจำทุกปี ดังหลักฐานใบบอกกำหนดการใน พ.ศ. ๒๕๐๕ ปรากฏงาน “นมัสการพระพุทธบาทจำลอง ที่วัดพระรูป วันที่ ๓-๗ เม.ย.” ซึ่งนับเป็นช่วงงานเทศกาลปีใหม่ของไทยในอดีต
ในราว พ.ศ. ๒๕๑๐ มณฑปมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่ปลอดภัยที่คนจะขึ้นไปนมัสการพร้อมกันจำนวนมาก ๆ ประกอบกับมีข่าวว่าจะมีคนมาโจรกรรมพระพุทธบาทไม้ จึงเคลื่อนย้ายพระพุทธบาทไม้มาเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราวที่หอสวดมนต์ โดยได้ทำขาตั้งขึ้นใหม่เพื่อให้ชมพระพุทธบาทไม้ได้สะดวกขึ้น และทำความสะอาดเอาทองคำเปลวที่ติดอยู่ออกทำให้เห็นลวดลายได้ชัดเจนโดยไม่อนุญาตให้ปิดทองอีก ต่อมาใน พ.ศ. ๒๕๕๕ มณฑปหลังนี้ได้รับการบูรณะโดยกรมศิลปากร โดยเป็นการบูรณะเสริมความมั่นคงตามรูปแบบสถาปัตยกรรมเดิม
