Skip to content Skip to footer

กว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์วัดพระรูป สู่กระบวนการรื้อฟื้นสืบสานงานประเพณี ปิดทองพระพุทธบาทไม้

ในกระบวนการทำงานด้านพิพิธภัณฑ์วัด/พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นในประเทศไทย ดูจะเป็นที่รับรู้กันว่าการดำเนินงานเพื่อจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อาจไม่ใช่สิ่งที่ท้าทายที่สุดมากไปกว่า เมื่อเริ่มต้นก่อรูปเป็นร่างของตัวพิพิธภัณฑ์แล้ว พิพิธภัณฑ์วัด/พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นดังกล่าวจะดำรงความต่อเนื่องยั่งยืนไปได้มากน้อยเพียงใด และจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้การดำเนินงานพิพิธภัณฑ์วนกลับเข้าไปอยู่ในวงจรวัฏจักรพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่มักเริ่มต้นด้วยความกระตือรือร้นผ่านการทำงานอย่างมีปฏิสัมพันธ์ที่เข้มข้นระหว่าง “คนใน” และ “คนนอก” จนเห็นผลสำเร็จตามความคาดหวัง ก่อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่ภาวะซบเซาโรยรา เมื่อ “ตัวแสดง” และปัจจัยต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนงานพิพิธภัณฑ์แรกเริ่มค่อย ๆ เรียวลง กระทั่งหยุดนิ่งไม่เติบโต ดังที่เรามักพบเห็นได้จากพิพิธภัณฑ์วัด/พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นหลายต่อหลายแห่งเป็นที่ประจักษ์

slide

ชมวัตถุมงคล หลวงปู่ดี และพิพิธภัณฑ์วัดพระรูป

พิพิธภัณฑ์วัดพระรูป

เป็นแหลงเรียนรู้ที่จัดแสดงโบราณวัตถุ และศิลปวัตถุที่มีความน่าสนใจเป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของวัดพระรูปตั้งแต่แรกสร้างจนถึงปัจจุบัน โบราณวัตถุและศิลปะวัตถุเหล่านี้มันเป็นของชิ้นเอกที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์วัดพระรูป เพื่อรอให้ผู้ที่สนใจเข้ามาชมและศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมต่อไป

บุษบกธรรมาสน์

บุษบกธรรมาสน์วัดพระรูป ธรรมาสน์ หมายถึงที่สำหรับแสดงธรร…

พระพิมพ์กุมารทอง

<h3><span style="color: #800000;"><strong>พระพิมพ์กุมารทอง </strong></span></h3> พระกุมารทองมีรูปทรงกลมรีปลายค่อนข้างมน พิมพ์ออกมาเป็นเส้นโครงร่างที่แสดงพุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเหนือฐานบัว แสดงปางมารวิชัยอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว เค้าพระพักตร์ทรงรี ด้านหลังขององค์พระนูนสูง พระพิมพ์นี้เป็นเส้นโครงร่างที่ดูยุ่งเหยิงจึงนิยมเรียกกันว่า “พระกุมารทอง” หรือ “พระยุ่ง” พระกุมารทองมีเนื้อค่อนข้างหยาบ มีเม็ดแร่สีน้ำตาลอมแดง เม็ดกรวดกระจายอยู่ทั่วองค์

พระพิมพ์ขุนแผน

<h3><span style="color: #800000;"><strong>“พระพิมพ์ขุนแผน” </strong></span></h3> มีรูปทรงรียอดแหลม ด้านหน้าค่อนข้างเรียบสำหรับพิมพ์รูป ด้านหลังขององค์พระนูนสูง บางองค์ปรากฏลายนิ้วมือ อันแสดงให้เห็นถึงวิธีการกดพิมพ์พระด้วยมือทุกองค์

พระพิมพ์ขุนไกร

<h3><span style="color: #800000;"><strong>พระพิมพ์ขุนไกร </strong></span></h3> พระขุนไกรมีรูปทรงกลมรีมีฐานล่างค่อนข้างตรง พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งเหนือฐานเขียงเตี้ยๆ แสดงปางมารวิชัย เค้าพระพักตร์กลมหนา พระกรรณยาว มีเส้นกรอบรอบองค์พระ ด้านหลังขององค์พระนูนสูง พระพิมพ์นี้มีขนาดใหญ่นิยมเรียกกันว่า “พระขุนไกร” พระขุนไกรมีเนื้อแกร่งคล้ายเนื้อกระเบื้อง ลักษณะเนื้อค่อนข้างหยาบ มีเม็ดแร่สีน้ำตาลอมแดง เม็ดกรวด และเม็ดสีดำกระจายอยู่ทั่วองค์ แบ่งออกเป็น ๒ พิมพ์คือ พิมพ์หน้าใหญ่ กับพิมพ์หน้าเล็ก

พระพิมพ์นาคปรก

<h3><span style="color: #800000;"><strong>พระพิมพ์นาคปรก </strong></span></h3> พระนาคปรกมีรูปทรงกลมรี พิมพ์ตื้น พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปแสดงปางสมาธิเหนือขนดนาค ภายใต้พังพานพญานาคเจ็ดเศียร เค้าพระพักตร์ทรงรี ด้านหลังขององค์พระนูนเล็กน้อย พระพิมพ์นี้มีเนื้อค่อนข้างละเอียด มีเม็ดแร่สีน้ำตาลอมแดงและเม็ดกรวดกระจายอยู่ทั่วองค์ พระพิมพ์นี้นิยมเรียกกันว่า “พระนาคปรก” หรือ “พระปรกชุมพล” การเรียกชื่อพระปรกชุมพลสันนิษฐานว่าเรียกตามพระพิมพ์เดียวกันซึ่งพบมาก่อนที่วัดพลายชุมพล

พระพิมพ์พระพันวษา

<h3><span style="color: #800000;"><strong>พระพิมพ์พระพันวษา </strong></span></h3> “พระพิมพ์พระพันวษา” พระพันวษามีรูปทรงรี ปลายยาวแหลมและเอียงไปด้านขวา พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิเพชร แสดงปางมารวิชัยอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว มีชายผ้าตกเป็นวงโค้งด้านหน้า เค้าพระพักตร์รียาว ด้านหลังขององค์พระนูนสูง พระพิมพ์นี้มีความอ่อนช้อยจึงนิยมเรียกกันว่า “พระพันวษา”

พระพิมพ์มอญแปลง

<h3><span style="color: #800000;"><strong>พระพิมพ์มอญแปลง </strong></span></h3> พระมอญแปลงมีรูปทรงกลมรี ปลายค่อนข้างแหลม ลักษณะการพิมพ์ค่อนข้างตื้น พุทธลักษณะเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิ แสดงปางมารวิชัย เค้าพระพักตร์ทรงรี ด้านหลังขององค์พระนูนเล็กน้อย พระพิมพ์นี้นิยมเรียกกันว่า “พระมอญแปลง” พระมอญแปลงมีเนื้อพระค่อนข้างละเอียด มีเม็ดแร่สีน้ำตาลอมแดงและเม็ดกรวดกระจายอยู่ทั่วองค์

พระพิมพ์เนื้อชิน

<h3><span style="color: #800000;"><strong>พระพิมพ์เนื้อชิน </strong></span></h3> ตามประวัติกล่าวว่าขุดพบเมื่อราว พ.ศ. ๒๔๙๒-๒๔๙๓ แบ่งเป็น ๒ พิมพ์คือ พิมพ์แบบอู่ทองรุ่น ๑ กับพิมพ์แบบอู่ทองรุ่น ๓ เป็นเนื้อชินเงิน มีสัณฐานแบน ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธรูปประทับนั่งขัดสมาธิราบบนฐานเขียงเตี้ยๆ แสดงปางมารวิชัย พระหัตถ์ขวาวางตรงลงด้านหน้าแตะถึงฐาน พระวรกายสูงชะลูด ด้านหลังเรียบพิมพ์เป็นลายผ้าหรือลายตาราง น่าจะมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ ๒๐

พระพุทธบาทไม้ ศิลปะอู่ทอง

<h3><span style="color: #800000;"><strong>พระพุทธบาทไม้ ศิลปะอู่ทอง </strong></span></h3> พระพุทธบาทไม้วัดพระรูปมีลักษณะเป็นภาพสลักบนแผ่นไม้เนื้อแข็งรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า วิธีการสลักมีทั้งการถากเป็นรูปลายเส้น การสลักแบบนูนต่ำ และการสลักแบบนูนสูงเป็นรูปลอยตัว ขนาดประมาณกว้าง ๗๔ ซม. ยาว ๒๒๒ ซม. และหนา ๑๐ ซม. ด้านหนึ่งเป็นรูปพระพุทธบาทและมีรูปบุคคล ๔ รูปอยู่ด้านข้าง ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นภาพพุทธประวัติตอนตรัสรู้ ที่ประกอบด้วยภาพเล่าเรื่องมารผจญ-ชนะมาร มีร่องรอยการลงรักปิดทองทั้งสองด้าน พระพุทธบาทนี้เป็นพระบาทเบื้องขวาแกะสลักรูปพระพุทธบาทให้มีลักษณะนูนออกมา พระพุทธบาทมีรูปทรงเป็นเรขาคณิตทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าปลายด้านหนึ่งมน แสดงพระอังคุฐใหญ่กว่านิ้วอื่น มีเส้นรอบรูปและเส้นแบ่งแสดงนิ้วพระบาทเป็นเส้นตรงและวงโค้งรูปทรงไม่เป็นธรรมชาติ มีการจัดเรียงรูปมงคล ๑๐๘ ประการอยู่ในธรรมจักรที่มีขนาดใหญ่เต็มส่วนกว้างของฝ่าพระบาท พื้นพระบาทและนิ้วพระบาทสลักเป็นเส้นลายก้นหอย ด้านข้างของพระพุทธบาททำเป็นกรอบรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ภายในมีรูปบุคคลสวมเครื่องทรง ถือพระขรรค์นั่งในท่ามหาราชลีลา กล่าวได้ว่าพระพุทธบาทไม้วัดพระรูปสลักภาพบนแผ่นไม้ด้วยมีเจตนาให้เป็นแนวนอนและให้ตั้งตะแคงขึ้นเพื่อให้มองเห็นภาพได้ทั้งสองด้าน

ข่าวสารวัดพระรูป

ทำบุญอุทิศบูรพาจารย์

ประมวลภาพงานทำบุญอุทิศบูรพาจารย์ ครบรอบวันมรภาพพระครูสุนทรสุวรรณกิจ (หลวงพ่อดี) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระรูป ปีที่ 18

ตักบาตรเทโว

ภาพบรรยากาศการตักบาตรเทโว พ.ศ. ๒๕๖๘ ณ วัดพระรูป จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันอังคารที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๘

วิหารพระนอน

งานชิ้นนี้จัดแสดงอยู่ที่วิหารพระนอน วัดพระรูป นำเสนอโดย “นักรบ มูลมานัส” บัณฑิตเอกภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ข่าวสารพิพิธภัณฑ์

มิวเซียมมีชีวิต ทวารวดีมีชีวา

ททท. สุพรรณบุรีจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย Joint Promotion ร่วมกับ บริษัท จริงใจ ทัวร์

เอกสารการพัฒนาผลงาน

เอกสารการพัฒนาการผลงานและภาพถ่ายเก่า โดย มณเฑียร บุญมา จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์วัดพระรูป

ศึกษาดูงาน ณ พิพิธภัณฑ์วัดพระรูป

คณะะอาจารย์และนิสิตคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 45 คน ศึกษาดูงาน ณ พิพิธภัณฑ์วัดพระรูป