แรกสร้างวัดในสมัยสุพรรณภูมิ
ช่วงพุทธศตวรรษที่ 19
สุพรรณบุรีเป็นเมืองเก่าแก่ที่สำคัญแห่งหนึ่งในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำท่าจีน-เจ้าพระยา มีประวัติความเป็นมายาวนานสืบย้อนกลับไปได้อย่างน้อยตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 และเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นในชื่อเมือง “สุพรรณภูมิ” ที่เป็นส่วนหนึ่งในการถาปนากรุงศรีอยุธยาบนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ความสำคัญของเมืองสุพรรณภูมิคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยในพุทธศตวรรษที่ 20
แม้การเวลาล่วงเลยผ่านสมัยสุพรรณภูมิมานาน แต่ปัจจุบันก็ยังมีร่องรอยหลักฐานอารยธรรมสุพรรณภูมิหลงเหลืออยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัดพระรูปที่สถาปนาขึ้นในสมัยสุพรรณภูมิราวพุทธศักราชที่ 19 ยังคงปรากฎหลักฐานโบราณสถานโบราณวัตถุในสมัยสุพรรณภูมิอยู่เป็นจำนวนมาก จึงนับได้ว่าวัดพระรูปเป็นตัวแทนของวัดสมัยสุพรรณภูมิที่สมบูรณ์ที่สุดในปัจจุบัน เป็นประตูย้อนไปสมัยสุพรรณภูมิ
แรกเริ่มประวัติศาสตร์ “สุพรรณภูมิ”
“สุพรรณภูมิ” เป็นทั้งชื่อแว่นแคว้น/รัฐโบราณ และเป็นชื่อเดิมของเมืองสุพรรณบุรีในยุคก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ทั้งนี้ แต่เดิมเคยมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเมือง “สุพรรณภูมิ” กับ “อู่ทอง” คือเมืองเดียวกัน ข้อเท็จจริงก็คือ สุพรรณภูมิเป็นเมืองที่ขึ้นมามีบทบาทแทนที่อู่ทองนับตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 17 และมีพัฒนาการที่ร่วมสมัยกับละโว้-อโยธยาทางซีกตะวันออกของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่สุพรรณภูมิครองความเป็นใหญ่อยู่ทางตะวันตกของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ครอบคลุมบริเวณลุ่มแม่น้ำสุพรรณบุรี (แม่น้ำท่าจีน) อำนาจสุพรรณภูมิ เกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขการผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่างพุทธศาสนาแบบทวารวดี ทั้งลัทธิมหายานและหินยานแบบเถรวาทและลัทธิฮินดู ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17-19 ที่สำคัญคือการเข้ามาผสมกลมกลืนของกลุ่มคนไทยที่เคลื่อนย้ายเข้ามาจากดินแดนทางตอนบนในช่วงพุทธศตวรรษที่ 17 เมื่อประกอบกับอิทธิพลขอมที่เรืองอำนาจในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 สิ่งนี้ส่งผลต่อพัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรมตลอดจนภาษาของรัฐสุพรรณภูมิที่เป็นการผสมผสานระหว่างอารยธรรมแบบขอม-มอญ และไทย และพูดภาษาไทย ต่างกับทางละโว้-อโยธยา ที่ใกล้ชิดอารยธรรมขอมมากกว่า และพูดภาษาเขมร
“สุพรรณภูมิ” ในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑ (พ.ศ. 1826) นาม “สุพรรณภูมิ” ปรากฏครั้งแรกในศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๑ กล่าวถึงอาณาเขตของอาณาจักรสุโขทัยในสมัยพ่อขุนรามคำแหง
ความว่า “… มีเมืองกว้างช้างหลายปราบเบื้องตะวันออก รอด สรลวง สองแคว ลุมบาจาย สคา เท้าฝั่งของเถิงเวียงจันทน์เวียงคำเป็นที่แล้ว เบื้(อ)งหัวนอน รอดคนที พระบาง แพรก สุพรรณภูมิ ราชบุรี เพชรบุรี ศรีธรรมราช ฝั่งทะเลสมุทรเป็นที่แล้ว…” แสดงให้เห็นว่า สุพรรณภูมิเป็นเมืองมาแล้วอย่างน้อยในต้นพุทธศตวรรษที่ 19 ร่วมสมัยกับเมืองสุโขทัยและก่อนการตั้งกรุงศรีอยุธยา
รัฐโบราณในดินแดนประเทศไทยและใกล้เคียงก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยาพ.ศ. ๑๘๙๓ รัฐสุพรรณภูมิ (หมายเลข 9) ครองความเป็นใหญ่ในซีกตะวันตกของดินแดนลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาครอบคลุมบริเวณลุ่มแม่น้ำสุพรรณบุรี(ท่าจีน) ในปัจจุบัน
ภูมิกายภาพของเมืองสุพรรณภูมิ-ความสัมพันธ์ระบบ “เมืองคู่”
ภูมิกายภาพของผังเมืองสุพรรณภูมิมีสัณฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายกับผังเมืองที่ร่วมสมัยเดียวกัน เช่น แพรกศรีราชา เพชรบุรี ราชบุรี ซึ่งเป็นเมือง/แว่นแคว้นทางซีกตะวันตกของลุ่มน้ำเจ้าพระยา สัณฐานเมืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้ยังคล้ายคลึงกับอโยธยาศรีรามเทพนคร เมืองสำคัญของแว่นแคว้นทางซีกตะวันออกถึงการมีคูน้ำกำแพงเมืองล้อมรอบครอบคลุมทั้งสองฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี เมืองนี้ จึงเป็น “เมืองอกแตก” ที่มีแม่น้ำผ่ากลางไหลผ่านจากเหนือลงใต้ ที่ตั้งของ
พระราชวังและวัดสำคัญต่าง ๆ เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุรวมถึงวัดพระรูปล้วนอยู่ทางฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นที่ดอนมากกว่า
ในรูปจะเห็นแนวคูน้ำคันดินชัดเจนทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี รวมถึงร่องรอยแนวคูน้ำลาง ๆ ทางฝั่งตะวันออก อันเป็นที่มาของข้อถกเถียงว่า สุพรรณภูมิ เป็นเมือง “อกแตก”หรือไม่
